Tomm
วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2554
วันเสาร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2554
วันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2554
วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2554
วันพุธที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2554
การแต่งตัวให้ดูดี
การแต่งกายให้ดูดี
คุณผู้หญิงคนไหนเบื่อกับการแต่งตัวไปทำงาน ด้วยชุดยูนิฟอร์ม ลองปรับวิธีการแต่งตัวไปทำงานให้สดใส ไม่เชยและน่าเบื่ออีกต่อไป

1. เติมเครื่องประดับเก๋ ๆ
ยูนิฟอร์มของที่ทำงานมักจะเป็นแบบเรียบ ๆ หากสาว ๆ อยากเติมจุดสนใจลงไป อาจเป็นสร้อยคอเส้นสั้นสักเส้น และถ้าที่ทำงานของคุณไม่ได้กำหนดรูปแบบของรองเท้า ลองรองเท้าส้นสูงเก๋ ๆ สักคู่ แค่นี้ชุดทำงานของคุณก็จะดูไม่น่าเบื่อแล้วค่ะ สวยได้ในสไตล์เรา

2. แซมด้วยโทนสีสดใส
เติมชีวิตชีวาให้เสื้อผ้าโดยการเลือกแซมโทนสีสดใสลงไป อย่างสีเหลือง เขียว หรือส้ม โดยติดเป็นแอสเซสซอรี่ชิ้นเล็ก ๆ อย่างกิ๊บหรือเข็มกลัด ก็ได้ค่ะ เสื้อคลุมสีเจ็บ

3. ประยุกต์เสื้อลำลองกับชุดทำงาน
คาดว่าสาว ๆ น่าจะมีเสื้อผ้าลำลอง อย่างเสื้อแขนกุดติดตู้เสื้อผ้าเอาไว้บ้าง หลายคนคงไม่เคยคิดจะหยิบเอามาใส่เป็นชุดทำงาน แต่ว่าลองดูเสียหน่อยก็ไม่เลวนะคะ ใส่เสื้อแขนกุดคู่กับกางเกงสแล็คหรือกระโปรงทรงดินสอ เหน็บชายเสื้อไว้ด้านใน แล้วสวมทับด้วยเสื้อคลุมอย่างคาร์ดิแกนหรือเบลเซอร์ เท่านี้ก็จะได้ชุดทำงานเก๋ ๆ ไม่จำเจน่าเบื่อแล้วค่ะ

4. เลือกสิ่งที่เหมาะกับเรา ไม่ใช่คนอื่นใส่แล้วสวย จึงใส่ตาม
สาว ๆ อาจจะเคยเห็นนางแบบตามแมกกาซีนต่าง ๆ สวมชุดออฟฟิศเลดี้สวย ๆ แล้วอยากจะใส่ตามบ้าง แต่อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจซื้อโดยทีนทีนะคะ บางอย่างที่คนอื่นใส่แล้วสวย อาจจะไม่เหมาะกับเราก็ได้ เพราะอย่างเราต่างมีสรีระและบุคลิกที่ต่างกัน แม้เสื้อที่นางแบบใส่โชว์จะสวยขนาดไหน ก่อนเลือกซื้อก็อย่าลืมลองใส่ด้วยตัวเองก่อนนะคะ


5. แต้มสีสันให้เรียวปากและปลายเล็บ
หากอยากเติมสีสันให้วันทำงานสดใสกว่าเดิม ลองใช้ลิปสีสดแท่งโปรดของคุณดูสิคะ แม้จะเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ บนร่างกาย แต่สาว ๆ ก็คงไม่ปฏิเสธว่าเพียงสีสวย ๆ บนริมฝีปากก็ทำให้รู้สึกสดใสขึ้นกว่าเดิมได้มากโข และหากว่า สภาพแวดล้อมของที่ทำงานของคุณ ไม่ได้เคร่งเครียดเรื่องการแต่งกายมากเท่าใดนัก ลองแต้มสีสดอย่างสีแดงบนเรียวเล็บของคุณดู สีสด ๆ ให้ความรู้สึกกระฉับกระเฉง และยังสร้างความประทับใจ หรือทำให้การจับมือทักทายกันระหว่างคุณกับลูกค้า น่าจดจำมากยิ่งขึ้นอีกด้วยค่ะ
พอจะได้ไอเดีย ไปปรับใช้ให้ชุดทำงานของคุณดูสดใสไม่จำเจกันบ้างแล้วหรือยังเอ่ย สถานที่ทำงานแต่ละแห่งนั้นมีกฎระเบียบเรื่องการแต่งกายต่าง ๆ กันไป บางที่อาจเข้มงวด บางที่อาจไม่เคร่งครัดเท่าใดนัก หรือบางที่อาจกำหนดยูนิฟอร์มมาให้เลยก็ได้ หากจะหยิกยกข้อไหนไปใช้ ก็อย่าลืมดูให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมการทำงานของสาว ๆ ด้วยนะคะ แต่งนิดเติมหน่อย สวยแต่พอดี แค่นี้ก็มีกำลังใจทำงานขึ้นอีกเยอะแล้วล่ะค่ะ
การแต่งกายให้ดูดี
วีธีการแต่งตัว การดูแลให้คุณ ดูเด็กลงสัก 10 ปี สนใจไหมค่ะคุณผู้หญิง เราลองมาปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อความสดใส ย้อนวัยให้คุณดูเด็กลง
การแต่งกายให้ดูดี
ผู้หญิงไม่ว่าใครๆ ก็อยากสวยดูดีมีสไตล์ คำว่าสวยดูดีนี้ยังพอเข้าใจง่ายอยู่ แต่คำว่า "มีสไตล์" ต่างหากที่ยากจะให้คำจำกัดความ
แต่งชุดทำงานอย่างไร ไม่ให้เบื่อ | ||

คุณผู้หญิงเบื่อกับการแต่งตัวบ้างไหมค่ะ แบบว่าไม่รู้พรุ่งนี้จะใส่อะไร ทำให้เสียเวลากับการเลือกเสื้อผ้าอย่างมากค่ะความรู้สึกรู้สึกเบื่อหน่ายในความจำเจของชุดทำงาน ก็ทำให้ไม่มีชีวิตชีวาในการทำงานไปด้วยนะคะ บางคนมีชุดยูนิฟอร์มบังคับให้แต่งอยู่ตลอดๆ บางทีก็เบื่อหน่ายและอึดอันใช่ไหมค่ะ ซึ่งมันช่างขัดกับนิสัยผู้หญิงรักสวยรักงามอย่างเราจริง ๆ ถ้าอย่างนั้น เราลองมาหาวิธีเติมความสดใสให้กับชุดทำงาน ที่แม้จะเติมแต่งให้จะเก๋ไก๋ขึ้น แต่ก็ยังเข้ากับสภาพการทำงานของเรากันดูดีกว่าค่ะ

1. เติมเครื่องประดับเก๋ ๆ
ยูนิฟอร์มของที่ทำงานมักจะเป็นแบบเรียบ ๆ หากสาว ๆ อยากเติมจุดสนใจลงไป อาจเป็นสร้อยคอเส้นสั้นสักเส้น และถ้าที่ทำงานของคุณไม่ได้กำหนดรูปแบบของรองเท้า ลองรองเท้าส้นสูงเก๋ ๆ สักคู่ แค่นี้ชุดทำงานของคุณก็จะดูไม่น่าเบื่อแล้วค่ะ สวยได้ในสไตล์เรา

2. แซมด้วยโทนสีสดใส
เติมชีวิตชีวาให้เสื้อผ้าโดยการเลือกแซมโทนสีสดใสลงไป อย่างสีเหลือง เขียว หรือส้ม โดยติดเป็นแอสเซสซอรี่ชิ้นเล็ก ๆ อย่างกิ๊บหรือเข็มกลัด ก็ได้ค่ะ เสื้อคลุมสีเจ็บ

3. ประยุกต์เสื้อลำลองกับชุดทำงาน
คาดว่าสาว ๆ น่าจะมีเสื้อผ้าลำลอง อย่างเสื้อแขนกุดติดตู้เสื้อผ้าเอาไว้บ้าง หลายคนคงไม่เคยคิดจะหยิบเอามาใส่เป็นชุดทำงาน แต่ว่าลองดูเสียหน่อยก็ไม่เลวนะคะ ใส่เสื้อแขนกุดคู่กับกางเกงสแล็คหรือกระโปรงทรงดินสอ เหน็บชายเสื้อไว้ด้านใน แล้วสวมทับด้วยเสื้อคลุมอย่างคาร์ดิแกนหรือเบลเซอร์ เท่านี้ก็จะได้ชุดทำงานเก๋ ๆ ไม่จำเจน่าเบื่อแล้วค่ะ

4. เลือกสิ่งที่เหมาะกับเรา ไม่ใช่คนอื่นใส่แล้วสวย จึงใส่ตาม
สาว ๆ อาจจะเคยเห็นนางแบบตามแมกกาซีนต่าง ๆ สวมชุดออฟฟิศเลดี้สวย ๆ แล้วอยากจะใส่ตามบ้าง แต่อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจซื้อโดยทีนทีนะคะ บางอย่างที่คนอื่นใส่แล้วสวย อาจจะไม่เหมาะกับเราก็ได้ เพราะอย่างเราต่างมีสรีระและบุคลิกที่ต่างกัน แม้เสื้อที่นางแบบใส่โชว์จะสวยขนาดไหน ก่อนเลือกซื้อก็อย่าลืมลองใส่ด้วยตัวเองก่อนนะคะ


5. แต้มสีสันให้เรียวปากและปลายเล็บ
หากอยากเติมสีสันให้วันทำงานสดใสกว่าเดิม ลองใช้ลิปสีสดแท่งโปรดของคุณดูสิคะ แม้จะเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ บนร่างกาย แต่สาว ๆ ก็คงไม่ปฏิเสธว่าเพียงสีสวย ๆ บนริมฝีปากก็ทำให้รู้สึกสดใสขึ้นกว่าเดิมได้มากโข และหากว่า สภาพแวดล้อมของที่ทำงานของคุณ ไม่ได้เคร่งเครียดเรื่องการแต่งกายมากเท่าใดนัก ลองแต้มสีสดอย่างสีแดงบนเรียวเล็บของคุณดู สีสด ๆ ให้ความรู้สึกกระฉับกระเฉง และยังสร้างความประทับใจ หรือทำให้การจับมือทักทายกันระหว่างคุณกับลูกค้า น่าจดจำมากยิ่งขึ้นอีกด้วยค่ะ
พอจะได้ไอเดีย ไปปรับใช้ให้ชุดทำงานของคุณดูสดใสไม่จำเจกันบ้างแล้วหรือยังเอ่ย สถานที่ทำงานแต่ละแห่งนั้นมีกฎระเบียบเรื่องการแต่งกายต่าง ๆ กันไป บางที่อาจเข้มงวด บางที่อาจไม่เคร่งครัดเท่าใดนัก หรือบางที่อาจกำหนดยูนิฟอร์มมาให้เลยก็ได้ หากจะหยิกยกข้อไหนไปใช้ ก็อย่าลืมดูให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมการทำงานของสาว ๆ ด้วยนะคะ แต่งนิดเติมหน่อย สวยแต่พอดี แค่นี้ก็มีกำลังใจทำงานขึ้นอีกเยอะแล้วล่ะค่ะ
เทคนิคกระชากวัย หน้าเด็ก | ||

ใครอยากหน้าเด็ก แต่งตัวให้ดูเด็กย้อนเวลาให้เด็กลงได้ภายในพริบตาค่ะ อยากเด็กลงสัก 10 ปีไหม่คะ คุณผู้หญิง ถ้าอยากเด็กเราลองมาแต่งหน้า แต่งตัวกระชากวัยให้ดูเด็กลงได้ง่ายๆและคงรักษาความอ่อนเยาว์ไว้ได้นานๆอีกด้วย แต่ปัจจัยที่จะทำให้คุณดูอ่อนวัย ดูเด็กอย่างถาวร คงต้องอาศัยเทคนิคนี้มีทั้วิธีการดูแลสุขภาพร่างกาย การดูแลรักษาผิวพรรณ และเสริมด้วยเทคนิคการแต่งหน้า แต่งตัว วันนี้ 108 health ไม่พลาดเอาเคล็ดลับเล็กๆน้อยๆในการแต่งอย่างไรให้ดูเด็กลง ไม่ว่าจะหน้า หรือสิ่งอื่นๆ ให้คุณสาวๆที่ไม่ปรารถนาจะแก่ก่อนวัยมาแนะนำกัน
1.การเลือกสีลิปสติกที่อ่อน
คุณควรเลือกลิปสติกสีอ่อนค่ะ เช่น สีชมพูอ่อนๆ หรือไม่ก็อาจจะป็นลิปกลอสที่เพิ่มความชุ่มชื้นในริมฝีปากของคุณ ทำให้คุณผู้สดใส สุขภาพดีเหมือนเด็กๆวัยรุ่นแล้วล่ะคะ
2.ดินสอเขียนขอบตา
การเขียนคิ้วต้องมีเทคนิคที่จะแต่งอย่างไรให้ดูเด็กลง ถ้าคุณอยากเพิ่มขนาดด้วยตาให้ดูสวย คุณควรใช้ดินสอเขียนขอบตาจะทำให้คุณดูดีกว่าเขียนขอบตาด้วยอายไลน์เนอร์แบบลิควิดค่ะ เพราะดินสอจะทำให้คุณดูอ่อนหวาน นุ่มนนวล ข้อแนะนำนำค่ะคุณสามารถเขียนแล้วใช้พู่กันเกลี่ยก็ได้ค่ะ เพื่อการทำให้ดวงตาของคุณกลมโตและดูไม่ดุไปค่ะ
3.น้ำมันมะกอก
น้ำมันมะกอกเป็นเคล็ดลับให้คุณอ่อนเยาว์ อย่างหนึ่งที่น่าทึ่งมากค่ะ เพราะน้ำมันมะกอกมีกรดไขมันอยู่ ซึ่งมีลักษณะที่คล้ายคลึงกับสิ่งที่พบได้ในผิวหนังของมนุษย์เรา ดังนั้นน้ำมันมะกอกคือมอยซ์เจอร์ไรเซอร์ที่ให้ความชุ่มชื้นที่ดีที่สุดเหมาะสำหรับผิว และเหมาะมากสำหรับการบำรุงผิวแห้งอีกด้วย คุณสาวๆสามารถใช้ทาบำรุงผิวหนังได้ก่อนนอนค่ะทั้งใบหน้าและลำตัว ถ้าผิวมันใช้เพียงเล็กน้อยนะคะ
4.แว่นกันแดดอันใหญ่
คุณคงไม่แน่ใจใช่ไหมว่าทำไมแว่นตาขนาดซุปเปอร์ไซส์นี้จะแต่งอย่างไรให้ดูเด็กลงได้ เพื่อปกปิดความแก่ ง่ายๆก็คือ แว่นตายิ่งใหญ่เท่าไหร่ก็สามารถปกป้องผิวที่ใบหน้าคุณและรอบดวงตาคุณด้วยจากรังสี UVAและ UVBค่ะ
5.ลบเครื่องสำอางก่อนเข้านอน
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการดูแลรักษาความสะอาดของใบหน้า ก่อนที่คุณจะเข้านอนทุกคืนนั้น คุณต้องล้างเครื่องสำอางออกก่อนนะคะ อย่าลืมเป็นอันเด็ดขาดเพราะว่าเครื่องสำอางจะเข้าไปอุดตันที่รูขุมขนใบหน้าของคุณอาจทำให้เกิดสิวและที่ตามมานั้นคือรูขุมขนกว้างขึ้น อย่าลืมว่าเมื่อคุณออกไปข้างนอกคุณต้องเผชิญกับมลพิษมากมาย ดังนั้นคุณควรล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าหรือโทนเนอร์ค่ะแล้วเช็ดออกด้วยสำลี
6 ครีมบำรุง
เคล็ดลับการแต่งอย่างไรให้ดูเด็กลง สิ่งที่ควรทำอีกอย่างคือการใช้ครีมบำรุงผิว และครีมปกป้องผิวจากรังสียูวีค่ะ เพื่อจะได้ปกป้องซ่อมแซมเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้กลับคืนสู่สภาพที่ดี
7.เสื้อผ้าแบบเบาๆ
การแต่งอย่างไรให้ดูเด็กลง ต้องอย่าลืมเรื่องเสื้อผ้าที่เป็นปัจจัยหลักค่ะ สังเกตได้ว่าสาวๆวัยรุ่นมักจะแต่งตัวเบาๆ เช่น เสื้อซีทรู เสื้อเชิ้ตหรือเสื้อคอกว้างตัวใหญ่กับกางเกงขาสั้น เสื้อยืดสกรีนลายง่ายๆกับกางเกงยีนส์ หรือจะเป็นเดรสสั้นเรียบๆแต่เก๋ ก็ลองหาเสื้อผ้าสไตล์วัยรุ่นที่เข้ากับรูปร่างของคุณมาใส่ดูนะคะ รับรองว่าความเด็กอยู่แค่เอื้อมแน่ๆ
เคล็ดลับแต่งตัวดูดีมีสไตล์ เป็นตัวของตัวเอง | ||

ความจริงแล้วคนที่มีสไตล์ไม่ได้หมายถึงคนที่ไล่ตามแฟชั่นบนแคทวอล์คอยู่ตลอดเวลา แต่หมายถึงคนที่แต่งตัวได้อย่างเป็นตัวของตัวเอง บ่งบอกถึงบุคลิกตัวเองอย่างชัดเจน มีเซ้นส์ในการเลือกเสื้อผ้าที่เข้ากับตัวเองราวกับเสื้อผ้าพวกนั้นเกิดมาเพื่อเธอยังไงยังงั้น หากอยากจะเป็นผู้หญิงมีสไตล์แบบนี้บ้าง ลองเปลี่ยนแปลงตัวเองตามคำแนะนำเหล่านี้ดูค่ะ
1. เรียนรู้จากผู้อื่น
เชื่อว่าสาว ๆ คงมีแฟชั่นไอดอลในดวงใจ โดยที่คนนั้นอาจไม่ใช่ดาราดังก็ได้ เพียงใครสักคนที่คุณรู้สึกว่าเธอใส่อะไรก็สวยงามเหมาะเจาะไปทุกอย่าง ลองสังเกตดูว่าเธอคนนั้นมีวิธีเลือกใส่เสื้อผ้าอย่างไร มิกซ์แอนด์แมทช์แบบไหน และลองศึกษาจากนิตยสารแฟชั่นต่าง ๆ แล้วจดจำไอเดียการแต่งกายที่คุณชอบมาใช้
2. สำรวจตู้เสื้อผ้า โละเสื้อผ้าที่ไม่ใส่แล้วออกไป
ในตู้เสื้อผ้าของคุณมีเสื้อผ้าประเภทที่คุณไม่ได้หยิบออกมาใส่นานแล้ว แต่ยังไม่ได้กำจัดออกไปบ้างไหมคะ เสื้อผ้าที่คุณไม่ได้หยิบมาใส่นานแล้วยิ่งเก็บเอาไว้ก็ยิ่งเก่า และทำให้คุณรู้สึกไม่ดีเวลาเห็นมันนอนซุกอยู่ในตู้เสื้อผ้าด้วย โละเสื้อผ้าพวกนั้นที่คุณไม่ได้ใส่แล้วไปบริจาค ให้ตู้เสื้อผ้าโล่งขึ้นและเหลือพื้นที่ไว้สำหรับชุดใหม่ที่คุณถูกใจดีกว่า ไม่ต้องเก็บเสื้อผ้าที่คุณไม่คิดจะหยิบมาใส่เอาไว้ดูให้เสียดายหรอกค่ะ
3. เริ่มต้นจากการแมทช์สีแบบคลาสสิค
หากคุณยังไม่มั่นใจว่าจะจับคู่มิกซ์แอนด์แมทช์แบบไหนให้ดูดี ให้เริ่มต้นด้วยการจับคู่สีคลาสสิคที่ใส่ยังไงก็สวย อย่าง ดำ-ดำ, ดำ-ขาว, ขาว-เทา กับเสื้อผ้าทรงที่คุณมั่นใจว่าเข้ากับตัวคุณที่สำคัญอย่าเพิ่มเครื่องประดับลงไปจนเด่นเกินเสื้อผ้าค่ะ
4. ค้นหาเสื้อผ้าที่เกิดมาเพื่อคุณ
การค้นหาเสื้อผ้าที่ดูดีเมื่ออยู่บนตัวคุณเป็นเรื่องสำคัญ อย่ากลัวที่จะลองใส่เสื้อผ้าแบบที่ไม่เคยใส่ สีสันใหม่ ๆ หรือเสื้อผ้าที่มีรูปแบบแปลกไปจากที่คุณมี อย่าสร้างข้อจำกัดให้ตัวเอง แล้วคุณจะพบว่ามีเสื้อผ้าสวย ๆ พร้อมให้คุณหยิบมาใส่เพื่อครีเอทสไตล์ที่เป็นตัวคุณอีกมากมาย
5. ทำตัวเป็นนักทดลอง
เมื่อถึงจุดหนึ่งที่คุณมีความมั่นใจมากพอที่จะโดดเด่นเป็นตัวของตัวเอง รู้ว่าเสื้อผ้าแบบไหน สีสันใดที่เหมาะกับตัวเอง เมื่อนั้นคุณก็แปลงร่างเป็นนักทดลองได้เลยค่ะ ทดลองใส่เสื้อผ้าหลายแนวหลากสไตล์ จับแต่ละอย่างมามิกซ์แอนด์แมทช์กันในแบบที่คุณชอบได้เลย
อ่านแล้วอยากจะคว้าเสื้อผ้าชุดโน้นชุดนี้ขึ้นมาลองกันเลยหรือเปล่าคะ สวยเก๋มีสไตล์ในแบบที่เป็นตัวคุณทำได้ไม่ยากหรอกเลย หากจับทางในแบบของตัวเองได้เมื่อไหร่ เผลอ ๆ คุณอาจจะกลายเป็นแฟชั่นไอดอลในดวงใจของสาว ๆ คนอื่นโดยไม่รู้ตัวเลยล่ะ
วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2554
สาระน่ารู้เรื่องผลไม้
ผลไม้ อาหารของทุกเพศทุกวัย ใครๆ ก็ชื่นชอบ เชื่อว่าแต่ละคนต้องมีผลไม้สุดโปรดเป็นของตัวเองแน่ๆ มาดูกันดีกว่าว่าผลไม้จะทายนิสัยของคุณได้แม่นแค่ไหน อย่างไร
> กระท้อน คนชอบกินกระท้อน จะมีลักษณะแข็งนอกอ่อนใน ดูภายนอกเหมือนคนก้าวร้าวแต่จริง ๆ จิตใจดี อ่อนไหวง่าย ไม่ชอบความรุนแรง รักสงบ
> กล้วย สำหรับคนที่ชอบทานกล้วย ภายนอกดูจะเป็นคนเงียบขรึม แต่นิสัยจริง ๆ คืออ่อนไหวง่าย ถ้าถูกใครพูดกระทบกระแทกหน่อยก็จะเก็บเอาไปคิดเสียใจ เป็นคนโอบอ้อมอารีย์ มีเหตุผล รอบคอบ มองการณ์ไกล ชอบวางแผน อนาคตให้ตัวเองและคนที่อยู่รอบข้างเสมอ เป็นคนนิสัยรักสันโดษ เป็นคนที่มีจิตเป็นกุศล ชอบทำบุญแก่คนทุกข์ยาก
> เงาะ สำหรับสาว ๆ ที่ชอบกินเงาะจะเป็นคนค่อนข้างขี้เล่น สามารถทำให้คนรอบข้างมีความสุขได้ ถึงคุณจะขี้โม้ไปบ้างแต่เพื่อน ๆ ก็ชอบในความร่าเริงสนุกสนานของคุณ
> ชมพู่ สำหรับคนขี้เกรงใจ จะชอบกินชมพู่มากเป็นพิเศษ มีความอดทนสูง ยิ้มได้ในทุกสถานการณ์ แต่เป็นคนมองโลกในแง่ร้ายและคิดมาก แต่ไม่ชอบที่จะทำร้ายจิตใจใครจริง ๆ ดังนั้นถ้าหนุ่มคนไหน ชอบกินชมพู่เป็นพิเศษหล่ะ ก็ควรจะเอาใจเค้าให้มาก เพราะเค้าจะคิดอะไร ๆ ไปในทางลบเสมอ
> แตงโม เป็นของว่างจานโปรดสำหรับสาวใจกว้าง อ่อนโยน มีน้ำใจกับมิตรสหาย ซื่อสัตย์ไม่คิดคดทรยศเป็นคนง่าย ๆ มองโลกในแง่ดี จะไม่ค่อยโวยวายหรือคิดมาก ตั้งอกตั้งใจทำงานดี แต่มักแพ้ภัยแก่เพศตรงข้าม และคนที่ชอบกินแตงโมจะเป็นคนที่รักใคร่เอ็นดูของเพื่อนฝูงอีกด้วย
> ฝรั่ง สาว ๆ ที่ชอบฝรั่งมักเป็นคนรักอิสระ ชอบที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่าง ๆ ไม่ชอบทำอะไรซ้ำซากจำเจ
> มะพร้าว เพื่อน ๆ ที่ชอบมะพร้าวมักเป็นคนใจบุญ มีจิตเป็นกุศล มองโลกในแง่ดี วาจาคมคาย พูดจาเหน็บคนให้เจ็บด้วยใบหน้าที่ใสซื่อเก่งนักแหละ
> มะละกอ ผลไม้โปรดของคนที่มีน้ำอดน้ำทนสูง มีความคิดลุ่มลึก คิดเป็นเหตุเป็นผล วางแผนแยบยล โอบอ้อมอารีย์
> มังคุด เหมาะสำหรับคนที่เก็บเนื้อเก็บตัว ช่างฝันและมีอารมณ์โรแมนติก อ่อนไหวง่าย รักใครได้ง่าย ๆ และเก็บเอาไปนึกคิดคนเดียว แต่ไม่นานก็ลืมเอาดื้อ ๆ แล้วก็ไปหลงคนอื่นต่อไปเรื่อยเปื่อย พูดง่าย ๆ คือเป็นผลไม้สำหรับคนเจ้าชู้ไงจ๊ะ
> ลองกอง พวกที่ยึดเอาลองกองเป็นอาหารหลัก เป็นคนรักสันโดษ ชอบเดินทาง ชอบการผจญภัยในที่ที่ตนเองไม่เคยไป อนุรักษ์นิยม
> ลางสาด สำหรับเพื่อน ๆ ที่เลือกลางสาดเป็นผลไม้หลัก จะเป็นคนอนุรักษ์นิยม ยึดมั่นในแนวความคิดเก่า ๆ ชอบวิถีทางที่เคยทำมาแต่ก่อน แต่เป็นคนมีเหตุผล
> ลิ้นจี่ ผลไม้สำหรับคนชอบทำงานเบา ๆ ไม่ต้องใช้กำลังแรงงานมาก ๆ คนชอบทานลิ้นจี่กลัวเพื่อน ๆ จะลำบากน้อยกว่า เลยให้เพื่อน ๆ เอางานไปช่วยทำซะหมด ตัวเองคอยชักใยอยู่เบื้องหลังสบาย ๆ นี่เอง
> ลำไย คนชอบทานผลไม้เม็ดเล็กชนิดนี้มักเป็นคนปากหวาน ชอบประจบประแจง ใช้คำพูดยกยอคนให้หลงปลื้ม แต่มักเป็นคนชอบนินทาว่าร้ายคนอื่นลับหลัง
> สตรอเบอร์รี่ ถ้าชอบทานสตรอเบอร์รี่ บอกได้เลยว่าคุณเป็นสาวคุยสนุก มีอารมณ์ขัน ทำให้คนอื่นหัวเราะได้ตลอดเวลา เป็นที่ต้องการของเพื่อนๆ ในกลุ่ม และเมื่อจะพูดคุยหรือทำอะไรก็ต้องมีคนดู คนฟัง และค่อนข้างมีรสนิยมทีเดียว
> สาลี่ ผลไม้คุณหนู ผู้ที่ชอบทานมักจะมีนิสัยอ่อนหวาน สุภาพ อ่อนโยน ไม่ชอบขัดใจใคร มองโลกในแง่ดี ไม่นินทาว่าร้ายใคร นอกจากนี้ยังเป็นนักเล่าเรื่องที่ดี
> ส้มเขียวหวาน เห็นชอบส้มอย่างนี้เป็นคนทันสมัย หัวก้าวหน้า แต่มักมีนิสัยหึงหวงเพศตรงข้ามอยู่เนืองๆ มัธยัสถ์ รู้จักใช้จ่าย
> ส้มโอ คนที่ชอบส้มโอจะเป็นคนที่รักความสบาย ความหรูหรา โอ่อ่า ใจอ่อนง่าย ถ้ามีใครๆ มาตื๊อก็คงยอมให้กันทุกอย่างแบบเทกระเป๋าไปเลย
> สัปปะรด ผู้ที่ชอบกินเป็นคนที่แคร์คนอื่นมากเกินไป มัวแต่ไปเอาใจคนอื่นเกินไป ทำให้เพื่อนๆ มักจะรำคาญและเบื่อหน่ายอยู่เสมอ
> องุ่น ผลไม้ยอดฮิตของคนสวยมีเสน่ห์ เพื่อนๆ ที่ชอบทาน มักเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดี เข้ากับคนง่าย นิสัยร่าเริง มีความคิดความอ่านสุขุมรอบคอบ ปากกับใจไม่ค่อยตรงกันนัก ไม่ค่อยชอบบอกเรื่องส่วนตัวให้ใครรู้ง่าย ๆ
> แอ๊ปเปิ้ล ผลไม้ของคนขี้เหงา ขาดเพื่อนไม่ได้ เป็นคนไม่ค่อยแคร์เรื่องความรัก คือนึกจะรักใครก็รัก นึกจะเลิกก็เลิกขึ้นมาง่ายๆ แต่จะเป็นคนที่มีความอดทนในเรื่องของการทำงาน

> กล้วย สำหรับคนที่ชอบทานกล้วย ภายนอกดูจะเป็นคนเงียบขรึม แต่นิสัยจริง ๆ คืออ่อนไหวง่าย ถ้าถูกใครพูดกระทบกระแทกหน่อยก็จะเก็บเอาไปคิดเสียใจ เป็นคนโอบอ้อมอารีย์ มีเหตุผล รอบคอบ มองการณ์ไกล ชอบวางแผน อนาคตให้ตัวเองและคนที่อยู่รอบข้างเสมอ เป็นคนนิสัยรักสันโดษ เป็นคนที่มีจิตเป็นกุศล ชอบทำบุญแก่คนทุกข์ยาก
> เงาะ สำหรับสาว ๆ ที่ชอบกินเงาะจะเป็นคนค่อนข้างขี้เล่น สามารถทำให้คนรอบข้างมีความสุขได้ ถึงคุณจะขี้โม้ไปบ้างแต่เพื่อน ๆ ก็ชอบในความร่าเริงสนุกสนานของคุณ
> ชมพู่ สำหรับคนขี้เกรงใจ จะชอบกินชมพู่มากเป็นพิเศษ มีความอดทนสูง ยิ้มได้ในทุกสถานการณ์ แต่เป็นคนมองโลกในแง่ร้ายและคิดมาก แต่ไม่ชอบที่จะทำร้ายจิตใจใครจริง ๆ ดังนั้นถ้าหนุ่มคนไหน ชอบกินชมพู่เป็นพิเศษหล่ะ ก็ควรจะเอาใจเค้าให้มาก เพราะเค้าจะคิดอะไร ๆ ไปในทางลบเสมอ
> แตงโม เป็นของว่างจานโปรดสำหรับสาวใจกว้าง อ่อนโยน มีน้ำใจกับมิตรสหาย ซื่อสัตย์ไม่คิดคดทรยศเป็นคนง่าย ๆ มองโลกในแง่ดี จะไม่ค่อยโวยวายหรือคิดมาก ตั้งอกตั้งใจทำงานดี แต่มักแพ้ภัยแก่เพศตรงข้าม และคนที่ชอบกินแตงโมจะเป็นคนที่รักใคร่เอ็นดูของเพื่อนฝูงอีกด้วย
> ฝรั่ง สาว ๆ ที่ชอบฝรั่งมักเป็นคนรักอิสระ ชอบที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่าง ๆ ไม่ชอบทำอะไรซ้ำซากจำเจ
> มะพร้าว เพื่อน ๆ ที่ชอบมะพร้าวมักเป็นคนใจบุญ มีจิตเป็นกุศล มองโลกในแง่ดี วาจาคมคาย พูดจาเหน็บคนให้เจ็บด้วยใบหน้าที่ใสซื่อเก่งนักแหละ
> มะละกอ ผลไม้โปรดของคนที่มีน้ำอดน้ำทนสูง มีความคิดลุ่มลึก คิดเป็นเหตุเป็นผล วางแผนแยบยล โอบอ้อมอารีย์
> มังคุด เหมาะสำหรับคนที่เก็บเนื้อเก็บตัว ช่างฝันและมีอารมณ์โรแมนติก อ่อนไหวง่าย รักใครได้ง่าย ๆ และเก็บเอาไปนึกคิดคนเดียว แต่ไม่นานก็ลืมเอาดื้อ ๆ แล้วก็ไปหลงคนอื่นต่อไปเรื่อยเปื่อย พูดง่าย ๆ คือเป็นผลไม้สำหรับคนเจ้าชู้ไงจ๊ะ
> ลองกอง พวกที่ยึดเอาลองกองเป็นอาหารหลัก เป็นคนรักสันโดษ ชอบเดินทาง ชอบการผจญภัยในที่ที่ตนเองไม่เคยไป อนุรักษ์นิยม
> ลางสาด สำหรับเพื่อน ๆ ที่เลือกลางสาดเป็นผลไม้หลัก จะเป็นคนอนุรักษ์นิยม ยึดมั่นในแนวความคิดเก่า ๆ ชอบวิถีทางที่เคยทำมาแต่ก่อน แต่เป็นคนมีเหตุผล
> ลิ้นจี่ ผลไม้สำหรับคนชอบทำงานเบา ๆ ไม่ต้องใช้กำลังแรงงานมาก ๆ คนชอบทานลิ้นจี่กลัวเพื่อน ๆ จะลำบากน้อยกว่า เลยให้เพื่อน ๆ เอางานไปช่วยทำซะหมด ตัวเองคอยชักใยอยู่เบื้องหลังสบาย ๆ นี่เอง
> ลำไย คนชอบทานผลไม้เม็ดเล็กชนิดนี้มักเป็นคนปากหวาน ชอบประจบประแจง ใช้คำพูดยกยอคนให้หลงปลื้ม แต่มักเป็นคนชอบนินทาว่าร้ายคนอื่นลับหลัง
> สตรอเบอร์รี่ ถ้าชอบทานสตรอเบอร์รี่ บอกได้เลยว่าคุณเป็นสาวคุยสนุก มีอารมณ์ขัน ทำให้คนอื่นหัวเราะได้ตลอดเวลา เป็นที่ต้องการของเพื่อนๆ ในกลุ่ม และเมื่อจะพูดคุยหรือทำอะไรก็ต้องมีคนดู คนฟัง และค่อนข้างมีรสนิยมทีเดียว
> สาลี่ ผลไม้คุณหนู ผู้ที่ชอบทานมักจะมีนิสัยอ่อนหวาน สุภาพ อ่อนโยน ไม่ชอบขัดใจใคร มองโลกในแง่ดี ไม่นินทาว่าร้ายใคร นอกจากนี้ยังเป็นนักเล่าเรื่องที่ดี
> ส้มเขียวหวาน เห็นชอบส้มอย่างนี้เป็นคนทันสมัย หัวก้าวหน้า แต่มักมีนิสัยหึงหวงเพศตรงข้ามอยู่เนืองๆ มัธยัสถ์ รู้จักใช้จ่าย
> ส้มโอ คนที่ชอบส้มโอจะเป็นคนที่รักความสบาย ความหรูหรา โอ่อ่า ใจอ่อนง่าย ถ้ามีใครๆ มาตื๊อก็คงยอมให้กันทุกอย่างแบบเทกระเป๋าไปเลย
> สัปปะรด ผู้ที่ชอบกินเป็นคนที่แคร์คนอื่นมากเกินไป มัวแต่ไปเอาใจคนอื่นเกินไป ทำให้เพื่อนๆ มักจะรำคาญและเบื่อหน่ายอยู่เสมอ
> องุ่น ผลไม้ยอดฮิตของคนสวยมีเสน่ห์ เพื่อนๆ ที่ชอบทาน มักเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดี เข้ากับคนง่าย นิสัยร่าเริง มีความคิดความอ่านสุขุมรอบคอบ ปากกับใจไม่ค่อยตรงกันนัก ไม่ค่อยชอบบอกเรื่องส่วนตัวให้ใครรู้ง่าย ๆ
> แอ๊ปเปิ้ล ผลไม้ของคนขี้เหงา ขาดเพื่อนไม่ได้ เป็นคนไม่ค่อยแคร์เรื่องความรัก คือนึกจะรักใครก็รัก นึกจะเลิกก็เลิกขึ้นมาง่ายๆ แต่จะเป็นคนที่มีความอดทนในเรื่องของการทำงาน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)